ถาม
ตลาดมีสภาพคล่องต่ำจึงไม่เล่น
ตอบ
จากข้อมูลปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่ผ่านมามีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย 300 700
สัญญาต่อวัน
ซึ่งคิดเป็นเงินวางประกันที่จะใช้ในการลงทุน 6 14
ล้านบาท
เท่านั้น หากท่านต้องการลงทุนไม่เกิน
100,000
บาท
หรือประมาณ 5 -6 สัญญา
ท่านจึงไม่ต้องกังวลเรื่องตลาดไม่มีสภาพคล่อง
แต่หากท่านต้องการลงทุนมากถึง
1,000,000 บาท
ท่านสามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่การตลาดได้
ถาม
ไม่รู้เรื่องธุรกิจข้าว ยาง
แป้งมันสำปะหลัง
ตอบ
มีนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์จำนวนไม่น้อยที่ลงทุนในกลุ่มธุรกิจการเงิน
ปิโตรเคม เช่น กลุ่มหุ้นของธนาคาร หรือหุ้น ปตท.
ซึ่งนักลงทุนเหล่านั้นก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องการประกอบธุรกิจด้านการเงินการธนาคาร
หรือน้ำมันเลย
นั่นเป็นเพราะนักลงทุนเหล่านั้นได้ทำการศึกษาข้อมูลอาจจะด้วยตนเอง
หรือผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดในเรื่องของผลการประกอบการของธุรกิจต่าง
ๆ เหล่านั้น การวิเคราะห์งบการเงิน ซึ่งประกอบไปด้วยงบดุล
งบกำไรขาดทุน งบกำไรสะสม
งบแสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงิน อัตราการหมุนเวียนต่าง
ๆ
อีกทั้งยังต้องพิจารณาว่างบการเงินเหล่านี้มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใดเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน
ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าก็เช่นกัน
ท่านไม่จำเป็นต้องรู้จักสินค้าเกษตรที่ท่านกำลังจะเข้ามาลงทุนว่ามีการซื้อขายอย่างไร
ตัวสินค้าเป็นอย่างไร
สิ่งที่ท่านจะต้องศึกษาก็คือราคาของสินค้าเกษตร
ซึ่งมีช่วงฤดูกาล
และมีตลาดอ้างอิงเพียงไม่กี่ตลาดให้ท่านทำความเข้าใจและศึกษา
ซึ่งท่านสามารถศึกษาด้วยตนเอง หรือผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด
นอกจากนี้ท่านไม่ต้องกลัวว่าราคาของสินค้าจะพุ่งสูง
หรือลงต่ำมาก
เพราะนอกจากการกำหนดเพดานการขึ้นลงของราคาแล้ว
ยังราคาของสินค้าจริงรองรับไม่ให้ราคาพุ่งสูง
หรือลงต่ำมากเกินไป
ถาม
สนุกกับการเล่นหุ้นอยู่
ตอบ
วิธีการบริหารความเสี่ยงที่ดีที่สุดคือ การกระจายการลงทุน
ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการลงทุน
ถาม
ไม่เข้าใจระบบการซื้อขาย
ตอบ
ระบบการซื้อขายในตลาดล่วงหน้าไม่ได้มีความยุ่งยาก
หรือแตกต่างกับการซื้อขายของทั่ว ๆ ไปเลย เช่น
ท่านต้องการลงทุนในยาง
RSS-3 ท่านซื้อเอาไว้
แล้วราคาขึ้นไป 1 บาท ท่านก็จะได้รับกำไรทันที 5,000 บาท
ถ้าราคาขึ้นไป 2 บาทท่านก็จะได้กำไร 10,000
บาทหากท่านขายเอาไว้ แล้วราคาลงไป 1 บาท
ท่านก็จะได้กำไรทันที 5,000 บาท ถ้าราคาลงไป 2
บาทท่านก็จะได้กำไร 10,000 บาท เพียงท่านมีเงินลงทุนไม่ถึง
20,000 บาทต่อสัญญา ท่านก็มีโอกาสแสวงหากำไรกับเราได้แล้ว
การซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่ท่านคิด
หากท่านต้องการทำกำไรมีเพียงหลักการเดียวคือการซื้อถูกขายแพงเท่านั้น
ถาม
ขอศึกษาก่อน
ตอบ ปัจจุบันหลายสถาบันการศึกษาเล็งถึงความสำคัญในการฝึกงานภาคปฏิบัติก่อนออกทำงานจริง
นั่นหมายความว่า
วิธีการศึกษาที่ดีที่สุดคือการศึกษาจากการปฏิบัติงานจริงนั่นเอง
ถาม
เป็นแมงเม่า
ตอบ
การเปลี่ยนแปลงราคาในตลาด
AFET
นี้มักเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาด
TOCOM
ซึ่งหากจะมีการปั่นราคาเพื่อให้ผู้คนหลงเชื่อในราคานั้นได้
ผู้นั้นจะต้องเข้าไปทำการปั่นราคาในตลาด
TOCOM
จึงจะมาปั่นใน AFET ได้
แต่การที่จะปั่นราคาในตลาด
TOCOM ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้
เพราะตลาด
TOCOM นั้นเกิดขึ้นมานาน
อีกทั้งปริมาณการซื้อขายก็มีจำนวนมาก
นับว่าเป็นตลาดแข่งขันสมบูรณ์ที่มีผู้ซื้อผู้ขายมากรายก็ว่าได้
และราคาก็เป็นไปตามกลไกของตลาด
(Demand Supply)
ซึ่งมีราคาสินค้าจริงมาอ้างอิง
จึงอาจกล่าวได้ว่า การปั่นราคาในตลาด
TOCOM
นอกจากจะทำได้ยากแล้ว
ยังต้องใช้จำนวนเงินมหาศาล
ถาม
กลัวการส่งมอบ
ตอบ
แนะนำให้เล่นเดือนไกล
ถาม
ไม่รู้จักตลาด
ตอบ
เนื่องจากตลาดนี้เพิ่งเกิดขึ้นใหม่
และเป็นตลาดล่วงหน้าแห่งแรกของประเทศไทย
ไม่เป็นการแปลกเลยที่คุณจะยังไม่รู้จัก
แต่อย่างน้อยวันนี้คุณก็รู้จักชื่อของตลาด
และรู้ว่าในประเทศไทยมีตลาดล่วงหน้าเกิดขึ้นแล้ว
หากคุณต้องการรู้จักตลาดมากขึ้น
คุณสามารถศึกษาผ่านเจ้าหน้าที่การตลาดของเราได้
ไม่เพียงคุณจะได้รู้จักตลาดเท่านั้น
แต่คุณยังสามารถศึกษาช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้กับตัวคุณเอง
ถาม
ไม่มีเวลา
ตอบ
คุณเพียงสละเวลาการดูทีวีวันละ
1
ชั่วโมงมามองตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าอาจเพิ่มรายได้
นอกจากนี้
เจ้าหน้าที่การตลาดของบริษัทยังช่วยคุณทำงานในเรื่องของข้อมูลข่าวสาร
และราคาในตลาดให้คุณ ทำให้คุณมีเวลามากกว่า
24
ชั่วโมงเสียอีก
ถาม
เสี่ยงเกินไป
ตอบ
เป็นธรรมดาในเรื่องหลักการลงทุนที่ว่า
ความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนย่อมสูงตาม
แต่คุณสามารถบริหารความเสี่ยงได้ โดยวางแผนการลงทุน
กล่าวคือหากเกิดผลขาดทุนหนึ่งที่คุณสามารถยอมรับได้
ให้คุณทำการล้างสถานะ
และรับรู้ผลขาดทุนนั้นก่อนที่จะขาดทุนมากกว่านี้
โดยคุณสามารถแจ้งให้เจ้าหน้าที่การตลาดช่วยเฝ้าติดตามให้คุณได้
ถาม
อยากป้องกันความเสี่ยงจะทำได้อย่างไร
ตอบ การป้องกันความเสี่ยงก็เป็นการล็อคกำไรของผู้ที่มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่มีการซื้อขายอยู่ในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า
วิธีการก็ไม่ยาก หากท่านมีลูกค้าที่ต้องการยาง
RSS-3 ในอีก 4 เดือนข้างหน้าในราคา
70 บาท
F.O.B. กรุงเทพฯ แต่ปรากฏว่า ณ
วันนี้สินค้าดังกล่าวหาซื้อได้ยาก
หรือต้นทุนในการเก็บรักษานั้นสูงมาก
หรือไม่อาจเก็บรักษาไว้ได้นานเพราะอาจเกิดการเสื่อมคุณภาพ
ท่านสามารถเข้ามาล็อคต้นทุน โดยการเข้ามาทำการซื้อยาง
RSS-3 ในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าผ่านบริษัท
แอโกรเวลท์ จำกัด
โดยเลือกเดือนส่งมอบเดือนเดียวกันกับที่ท่านขาย คือ ในอีก
4 เดือนข้างหน้า ที่ราคาต่ำกว่า 70 บาท
สมมติท่านเข้ามาซื้อที่ราคา 69 บาท เท่านี้
ก็เป็นการล็อคกำไรของท่านไว้แล้วที่ 1 บาทต่อกิโลกรัม
เพราะไม่ว่าราคายางในอีก 4 เดือนข้างหน้าจะวิ่งขึ้นเป็น 80
บาท ท่านก็ไม่ต้องกังวล
เพราะท่านได้ป้องกันความเสี่ยงโดยการทำสัญญาซื้อล่วงหน้าเอาไว้แล้วที่
69 บาท หากท่านไม่ได้ทำสัญญาซื้อล่วงหน้าเอาไว้ล่ะก็
ท่านก็ต้องไปหาซื้อย่างที่ราคา 80
บาทเพื่อส่งให้กับลูกค้าท่าน
นอกจากนี้ท่านยังสามารถทำในทางตรงกันข้ามได้ คือ
ซื้อก่อนแล้วมาทำการขายเพื่อป้องกันความเสี่ยง เช่น
ถ้าท่านต้องการวางแผนการผลิตเพื่อให้โรงงานมีการผลิตที่ต่อเนื่องอันเป็นการลดต้นทุน Fixed
Cost
ท่านจะต้องให้โรงงานมีการผลิตที่ต่อเนื่องจึงทำการซื้อวัตถุดิบเข้ามาผลิต
แต่ท่านยังไม่ได้ขายสินค้านั้นออกไป
สมมติว่าราคายางรวมต้นทุนการผลิตแล้วอยู่ที่ 69 บาท
หากท่านต้องการป้องกันความเสี่ยง หรือล็อคกำไรแล้วล่ะก็
ท่านก็สามารถเข้ามาทำการขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้ากับแอโกรเวลท์ได้ในราคาที่สูงกว่า
69 บาท เพื่อให้ได้รับกำไรที่แน่นอน
จะเห็นได้ว่าการป้องกันความเสี่ยงทำได้ไม่ยากเลย
ถาม
อยากป้องกันความเสี่ยง
RSS-4
ในตลาดล่วงหน้าได้หรือไม่
ตอบ ท่านสามารถป้องกันความเสี่ยงในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้ากับแอโกรเวลท์ได้
ถึงแม้ว่าสินค้าที่ท่านต้องการจะป้องกันความเสี่ยงนั้นจะไม่มีการซื้อขายอยู่ในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า
ขอแต่เพียงให้สินค้าประเภทที่ท่านต้องการจะป้องกันความเสี่ยงกับเรามีความสัมพันธ์ไปในทิศทางเดียวกันกับสินค้าที่ทำการซื้อขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า
เช่น โดยปกติแล้ว
RSS-1, RSS-2, RSS-3, RSS-4,
RSS-5 มักมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน
โดยมีส่วนต่างของราคาที่ค่อนข้างคงที่
หรือเรียกส่วนต่างตรงนี้ว่าค่า
Basis เช่นค่า Basis
ของยาง
RSS-3 กับยาง RSS-4
ต่างกันที่ 0.25
บาทต่อกิโลกรัม โดยที่ราคายาง
RSS-3 จะราคาสูงกว่า RSS-4 ก็ให้นำราคายาง
RSS-3 ที่ทำการซื้อขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้ามาหักออก
0.25 บาทต่อกิโลกรัม และเปรียบเทียบกับราคายาง
RSS-4 ที่ท่านต้องการจะป้องกันความเสี่ยง
เช่น ท่านขายยาง
RSS-4 ที่ราคา 69.75 บาทต่อกิโลกรัม
หากท่านต้องการกำไร 0.50 บาทต่อกิโลกรัม
ท่านจะต้องเข้ามาป้องกันความเสี่ยงในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้ากับแอโกรเวลท์โดยการซื้อยาง
RSS-3 ที่ราคา 69.25 บาท
ซึ่งคำนวณได้จากราคาที่ท่านขาย
RSS-4 69.75 บาท หักกำไรที่ต้องการ
0.50 บาทเป็นราคาต้นทุนที่จะต้องซื้อสำหรับยาง
RSS-4 69.25 บาท แต่เนื่องจากค่า
Basis อยู่ที่ 0.25 บาท
ก็ต้องเอาราคาต้นทุนที่คำนวณได้บวกกับค่า
Basis
คือ
69.25 + 0.25
= 69.50 บาท
เมื่อถึงเวลาส่งมอบปรากฏว่าราคายาง RSS-4ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 72 บาท
ท่านจะต้องซื้อยาง
RSS-4 ที่ราคา 72 บาทไปขายที่ราคา
69.75 บาท เท่ากับท่านจะขาดทุน 2.25 บาทในตลาดจริง
แต่ท่านจะได้รับกำไรจากการซื้อล่วงหน้า เพราะท่านซื้อยาง
RSS-3 ในตลาดล่วงหน้ากับแอโกรเวลท์ไว้ที่ราคา
69.50 บาท และราคายาง
RSS-3 สูงขึ้นเป็น 72.25 บาท
ท่านก็สามารถขายเพื่อล้างสถานะออกได้ที่ราคา 72.25 บาท
เท่ากับท่านได้รับกำไรจากการซื้อขายในตลาดล่วงหน้า 2.75
บาทในตลาดล่วงหน้า เมื่อท่านไปหักกับขาดทุน 2.25 บาท
เท่ากับท่านได้กำไร 0.50 บาท
ซึ่งเป็นกำไรตามที่ท่านต้องการ ดังนั้น
หากท่านมีสินค้าประเภทอื่นที่ไม่ใช่
RSS-3
ท่านก็สามารถป้องกันความเสี่ยง
หรือล็อคกำไรกับแอโกรเวลท์ได้แล้ว
ถาม
วิธีทำกำไรในตลาดล่วงหน้าทำได้อย่างไร
ตอบ การทำกำไรในตลาดล่วงหน้าทำได้ไม่ยากเพียงแค่ซื้อถูกขายแพงเท่านั้น
แต่ในตลาดล่วงหน้านั้นมีโอกาสในการทำกำไรได้ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็นทิศทางราคาจะขาขึ้น หรือขาลง
เพียงท่านซื้อถูกแล้วขายแพง หรือขายแพงแล้วซื้อถูก เท่านี้
กำไรจะไปไหนเสีย
ถาม
อยากส่งมอบรับมอบยางใน
AFET
ตอบ
ก่อนอื่นจะต้องทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการส่งมอบรับมอบใน
AFET
ว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง เช่น
ยางที่จะนำมาส่งมอบใน
AFET นั้นจะต้องมาจากโรงงานที่ตลาดรับรอง
(Recognized Factory)
จะต้องมีการวางหลักประกันการส่งมอบ
จะต้องมีการส่งมอบรับมอบให้ครบหน่วยการส่งมมอบ
และเงื่อนไขกฎเกณฑ์
หรือการยื่นเอกสารภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้
มีการตรวจสอบคุณภาพสินค้า
หากทำไม่ถูกต้องในขั้นตอนใดท่านจะต้องเสียค่าปรับให้กับ AFET
นอกจากกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ใน
AFET
แล้วยังมีกฎเกณฑ์ หรือกฎหมาย
และขั้นตอนต่าง ๆ
ในการส่งมอบรับมอบในตลาดจริงเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น
การจะต้องยื่นใบขออนุญาตเป็นผู้ครอบครองยาง
ใบขออนุญาตเป็นผู้ค้ายาง เป็นต้น ดังนั้น
ถ้าท่านเป็นผู้ประกอบธุรกิจในด้านนี้อยู่แล้ว
การทำการส่งมอบรับมอบนั้นคงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากมากนัก
แต่ถ้าท่านต้องการที่จะส่งมอบรับมอบภายในประเทศ
ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนออกมารองรับ
คงมีวิธีการส่งมอบรับมอบโดยทางเลือกอื่น
(Alternative
Delivery Procedure : ADP)
ซึ่งในบางครั้งก็คงไม่ง่ายนัก
เพราะต้องเกิดจากความตกลงด้วยกันทั้งสองฝ่าย การทำ
ADP
จึงจะเกิดขึ้นได้
แล้วถ้าท่านเป็นนักลงทุนทั่วไปหากต้องการส่งมอบรับมอบก็จะเกิดความยุ่งยากที่จะต้องทำการเตรียมการต่าง
ๆ
และที่สำคัญการส่งมอบรับมอบนั้นไม่ทำให้ท่านได้รับยกเว้นภาษีจากกรมสรรพากร
การทำกำไรโดยการล้างสถานะออกจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับนักลงทุนทั่วไปมากกว่า
ถาม
ต้องเสียภาษีเงินได้หรือไม่
ตอบ สำหรับบุคคลธรรมดากำไรจากการซื้อขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้านั้นได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้เช่นเดียวกับการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
แต่เฉพาะกรณีที่ท่านทำการล้างสถานะออกจากตลาดเท่านั้น
หากทำการส่งมอบรับมอบสินค้าจริงแม้จะผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าก็จะไม่ได้รับยกเว้นภาษี
แต่หากเป็นนิติบุคคลไม่ได้รับยกเว้นทั้ง 2
กรณี
ถาม ไม่มีข้อมูล
หรือกราฟให้ดู
ตอบ ด้วยปณิธานอันแน่วแน่
ในการนำเสนอบริการ และสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
ประกอบกับเทคโนโลยีอันทันสมัยของเราบริษัท แอโกรเวลท์
จำกัด จึงได้พัฒนาระบบ
Agrowealth Data Web Station เพื่อเป็นเครื่องมือในการลงทุน
ซึ่งประกอบด้วยราคายางใน
AFET, TOCOM เงินสกุลต่าง ๆ,
ราคาน้ำมัน,
กราฟและเครื่องมือทางเทคนิคที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์เพื่อหาจุดซื้อขาย
และข่าวต่าง ๆ
ที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรล่วงหน้าให้กับลูกค้าของเรา
ถาม
ตลาดล่วงหน้าถูกกฎหมายหรือไม่
ตอบ
ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยถูกจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า
พ.ศ.2542 จึงถูกต้องตามกฎหมายแน่นอน
ถาม เป็นโบรกเกอร์เถื่อนหรือเปล่า
ตอบ บริษัท แอโกรเวลท์ จำกัด
ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า
และเป็นสมาชิกตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย
ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบได้จาก
www.aftc.or.th หรือ
www.afet.or.th หรือโทรสอบถามที่
0-2685-3250, 0-2685-3355